มีรายงานว่า สหพันธ์แบดมินตันโลก(BWF) จะให้การแข่งขันแบดมินตัน BWF Super 1000 แข่งขันเป็นเวลา 2 สัปดาห์ตั้งแต่ปี 2027 รวมถึงเงินรางวัลที่มอบให้กับผู้เล่นใน BWF World Tour ก็จะเพิ่มขึ้น เช่นกัน โดยมีการแข่งขัน 11 วัน ที่จะเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2027 เป็นต้นไป
การพัฒนาระบบแข่งขันนี้ เกิดขึ้นหลังจากที่นักแบดมินตันชั้นนำหลายคนรวมถึง HS Prannoy ของอินเดียและ Viktor Axelsen แชมป์โอลิมปิกสองสมัยของเดนมาร์ก ได้ออกเรียกร้องให้นักกีฬามีวันพักผ่อนมากขึ้นในระหว่างการแข่งขัน Super 1000 รายการยิ่งใหญ่และทรงเกียรติ

“การแข่งขัน All-England และ Super 1000 รายการอื่นๆ อาจจัดขึ้นเป็นเวลา 10 วันหรือมากกว่านั้น ซึ่งจะทำให้ผู้เล่นได้พักผ่อนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหรือสองวัน สร้างกระแสรอบการแข่งขันมากขึ้น และเปิดโอกาสให้สื่อและแฟนๆ ได้มีปฏิสัมพันธ์กับผู้เล่นมากขึ้น” Axelsen กล่าวเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ก่อนเริ่ม All England
การแข่งขัน Super 1000 แบบใหม่ที่จะดำเนินตามระบบใหม่ BWF วางแผนจะจัดการแข่งขันแบบกลุ่มตั้งแต่ปี 2027 ถึง 2030 โดยรายการ Super 1000 ทั้ง 4 รายการที่มาเลเซีย อินโดนีเซีย จีนและอังกฤษ จะจัดขึ้นโดยใช้แนวคิดการแข่งขันแบบใหม่ โดยเป็นการแข่งขันประเภทเดี่ยวระบบกลุ่ม และมีผู้เข้าร่วม 48 คนในประเภทชายเดี่ยวและหญิงเดี่ยว

ส่วนการแข่งขันประเภทคู่ จะจัดโดยมีการน็อกเอาต์ 32 คน การแข่งขันทั้งหมดจะจัดขึ้นเป็นเวลา 11 วัน โดยยังคงชิงชนะเลิศในวันอาทิตย์ และจะแข่งขัน 2 คอร์ต โดย BWF มองว่า การจัดรูปแบบ 2 คอร์ต เพื่อให้การถ่ายทอดสดการแข่งขันทั้งหมด 219 นัดที่จะจัดขึ้นในทัวร์นาเมนต์ Super 1000 ทำให้ผู้ชมได้ดูนักกีฬาทุกคน

ตามแนวคิดนี้ BWF มองว่า ตั้งแต่ปี 2027 จะมีการถ่ายทอดสดแมตช์ Super 1000 ครบทั้ง 100% เพิ่มจากปัจจุบันที่ถ่ายทอดสดแมตช์สำหรับรายการ Super 1000 เพียง 51% รายการ Super 750 เพิ่มจาก 16% เป็น 30% รายการ Super 500 เพิ่มจาก 7% เป็น 14% รายการ Super 300 และ Super 100 ก็จะเปลี่ยนแปลงด้วย

นอกจากนั้น การแข่งขัน BWF World Tour ก็จะเพิ่มเงินรางวัลที่มอบให้กับผู้เล่น รวมทั้งรวมรายการ Super 100 เข้ากับแบนเนอร์ World Tour อย่างสมบูรณ์
"ทัวร์นาเมนต์ Super 100 จะกลายเป็นส่วนหนึ่งที่ผสานรวมอย่างสมบูรณ์ของโครงสร้างเชิงพาณิชย์ของ BWF World Tour รวมถึงการแจกจ่ายสิทธิ์สื่อระหว่างประเทศและการผนวกรวมเข้ากับการตั้งค่าสปอนเซอร์ชื่อ World Tour" คำแถลงจาก BWF

แนวคิดที่เริ่มจากการบูรณาการ Super 100 อย่างสมบูรณ์ หมายความว่าฤดูกาล BWF World Tour จะมีการแข่งขัน Super 1000 ยังเป็น 4 รายการ, Super 750 มี 6 รายการ, Super 500 แข่งขัน 9 รายการ, Super 300 มี 8 รายการ ที่ลดลงจาก 11 รายการ และ Super 100 ก็จะลดลงจาก 10 เหลือ 8 รายการ
นักกีฬาก็ต้องเริ่มวางแผนปรับตัวปรับโปรแกรม เพราะ”มือใหม่”จะเหลือรายการทำคะแนนน้อยลง
อ้างอิง : thebridge
Cr.รูปภาพบางส่วนจากBadmintonphoto