หลังจากที่ได้รองแชมป์ Indonesia Open เมื่อสัปดาห์ก่อน ก็มีรายงานว่า CHOU Tien Chen สิงห์เฒ่าวัย 35 จากไต้หวัน ที่อันดับโลกขยับขึ้นมาอยู่ที่ 6 ของโลก เป็นนักแบดมินตันคนล่าสุดที่ได้เงินรางวัลจากแข่งขันเกินหนึ่งล้านเหรียญ ที่หลายคนก็คงอยากรู้ว่านักกีฬาไทยทำเงินรางวัลกันเท่าไร
จากการตรวจสอบเวบไซต์สหพันธ์แบดมินตันโลก หรือ BWF พบว่า นักกีฬาไทยที่ทำเงินรางวัลเกินหนึ่งล้านเหรียญ มีเพียง”เมย์”รัชนก อินทนนท์ ที่เคยเป็นมือหนึ่งโลกประเภทหญิงเดี่ยวและคว้าแชมป์มามากมายหลายรายการในทุกระดับ และยังคงรักษามาตรฐานโดยปัจจุบันอยู่อันดับ 10 ของโลกในวัยสามสิบ สามารถทำเงินรางวัลจากการแข่งขันตลอดอาชีพได้ 1,283,925 เหรียญสหรัฐ ถ้าอยากคิดเป็นเงินไทยก็เอา 33 บาทคูณ

นักกีฬาไทยที่ทำเงินมากเป็นอันดับ 2 ตามข้อมูลของ BWF คือ”บาส”เดชาพล พัววรานุเคราะห์ ที่เคยขึ้นเป็นมือหนึ่งโลกประเภทคู่ผสม รวมทั้งเคยคว้าแชมป์โลก ที่ปัจจุบันเปลี่ยนพาร์ทเนอร์ แต่ยังรักษามาตรฐานทำอันดับมาอยู่อันดับ 5 ของโลก ทำเงินรางวัลรวม 927,460 เหรียญสหรัฐ ที่หากคว้าแชมป์ใหญ่อีกรายการก็จะแตะล้านเหรียญแน่นอน

ส่วน”ปอป้อ”ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย อดีตคู่หูแชมป์โลกคู่ผสม ที่ยังคงลงสนามในวัย 33 กับพาร์ทเนอร์น้องใหม่คือ “โนแอล”ภูวนัตถ์ หอบันลือกิจ และเคยคว้าแชมป์มาแล้วทั้งหญิงเดี่ยว หญิงคู่และคู่ผสม ทำเงินรางวัลรวม 866,578 เหรียญสหรัฐ

ขณะที่”วิว”กุลวุฒิ วิทิตศานต์ มือหนึ่งโลกชายเดี่ยวคนปัจจุบัน ที่ลงสนามยังไม่มากรายการ แต่การคว้าแชมป์หลายสนาม ทำให้วงเงินรางวัลที่”วิว”ทำได้ถึงตอนนี้อยู่ที่ 574,196 เหรียญสหรัฐ

ถัดมาเป็น”ครีม”บุศนันทน์ อึ้งบำรุงพันธุ์ นักกีฬาหญิงเดี่ยวรุ่นเก๋าอีกคนที่เล่นมายาวนานกว่าสิบปี ก็ทำเงินรางวัลมากถึง 452,914 เหรียญสหรัฐ

เงินรางวัลทั้งหมด เป็นตัวเลขที่เวบไซต์ BWF รายงาน ที่ไม่ถือว่าเป็นความลับ เพราะเป็นเงินรางวัลจากการแข่งขัน ที่ BWF ต้องการที่จะให้เยาวชนหันมาสนใจเล่นกีฬาแบดมินตัน
ส่วนนักกีฬาที่ยังเล่นอยู่ในปัจจุบัน Viktor AXELSEN อดีตมือหนึ่งโลก เจ้าของเหรียญทองชายเดี่ยวโอลิมปิก 2 สมัย แชมป์โลกและแชมป์ต่างๆมากมาย เป็นนักกีฬาแบดมินตันที่เล่นอยู่ และกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นหลังผ่าตัดที่อยู่อันดับ 9 ของโลก ทำเงินรางวัลมากที่สุดคือ 2,283,160 เหรียญสหรัฐ
ขณะที่ AN Se Young หญิงเดี่ยวมือหนึ่งโลกคนปัจจุบันจากเกาหลี ที่ทำสถิติใหม่ชนะรวด 66 แมทช์ และปีนี้คว้าแชมป์ Super 1000 ทั้งสามรายการที่แข่งขันจบไปแล้ว ก็เป็นนักกีฬาหญิงที่ทำเงินสูงสุดคือ 1,859,291 เหรียญสหรัฐ
รองมาคือ Akane YAMAGUCHI อดีตแชมป์โลกจากญี่ปุ่นที่เริ่มค้นฟอร์มหลังบาดเจ็บไปยาวนานและกลับมาเป็นมือสามของโลกในประเภทหญิงเดี่ยว ก็ทำเงินรางวัลรวมมากถึง 1,991,873 เหรียญสหรัฐ

ส่วน CHEN Yu Fei อดีตแชมป์หญิงเดี่ยวโอลิมปิก 2020 ที่เพิ่งกลับมาเล่นปีนี้และคว้าแชมป์หลายรายการ ก็เป็นนักกีฬาอีกคนที่ทำเงินเกินล้านเหรียญ คือ 1,583,860 เหรียญสหรัฐ

ปิดท้ายคือ PUSARLA V. Sindhu อดีตแชมป์โลกและเหรียญโอลิมปิก 2 สมัยจากอินเดีย แม้กำลังอยู่ในช่วงขาลงตามวัยและสภาพร่างกาย แต่การประสบความสำเร็จมากมาย ทำให้เธอทำเงินรางวัลมากถึง 1,013,731 เหรียญสหรัฐ

ขณะที่ Nozomi OKUHARA สาวญี่ปุ่นที่เคยชิงแชมป์โลกกัน 2 สมัยและเพิ่งเจอกัน ที่อดีตแชมป์โลกจากอินเดียโสต์พหลังชนะในการแข่งขันที่อินโดนีเซียว่าขอให้สนุกกับเกมต่อไป เพราะแบดมินตันที่ไม่มี Nozomi OKUHARA ก็ไม่ใช่แบดมินตัน ทำเงินรางวัลได้ 998,027 ที่รายการต่อไปที่ญี่ปุ่น หากสามารถเข้ารอบลึกๆก็คงทำเงินรางวัลแตะล้านเหรียญ

ส่วนที่เลิกเล่นไปแล้ว TAI Tzu Ying ถือเป็นตำนานหญิงเดี่ยวที่คว้าทุกแชมป์ยกเว้นแชมป์โลกและโอลิมปิก สามารถทำเงินรางวัลมากที่สุดในหญิงเดี่ยวคิอ 2,375,279 เหรียญสหรัฐ

ส่วนคู่แข่งอย่าง Carolina MARIN สาวสเปนที่เคยคว้าแชมป์โลก แชป์โอลิมปิกและแชมป์อื่นๆ ทำเงินรางวัลรวม 1,413,204 เหรีญสหรัฐ

ขณะที่คู่ผสมในตำนานของจีน ที่คว้าทุกแชมป์ก่อนประกาศเลินเล่นนั้น ZHENG Si Wei ทำเงินรางวัลรวม 1,585,788 เหรียญสหรัฐ ขณะที่ HUANG Ya Qiong ทำได้ 1,556,902 เหรียญ

เป็นข่าวที่นำมาฝากแฟนๆแบดมินตัน โดยเฉพาะเยาวชนให้มีแรงฮึดที่จะลงสนาม
Cr.รูปภาพบางส่วนจากBadmintonphoto