ต้องยอมรับว่าจริงว่าทุกวันนี้ ”ชายคู่”เป็นประเภทเดียวที่นักแบดมินตันไทยไม่สามารถสอดแทรกเข้าไปเป็นนักกีฬามือต้นๆของโลก หรือคว้าแชมป์ใหญ่ แม้จะมีความพยายามจากสมาคมหรือสโมสรในการปรับคู่ลงสนาม
อย่างไรก็ตาม ก็ยังมี”ข่าวดี”เล็กๆว่าปี 2024 ที่การแข่งขันเสร็จสิ้นไปแล้ว นักกีฬาชายคู่ไทยก็มีผลงาน”คว้าแชมป์” World Tour ติดมือได้ 2 คู่ คือ "พี-โอโม่" พีรัชชัย สุขพันธ์ / พรรคพล ธีระรัตน์สกุล คว้าแชมป์ชายคู่ U.S. Open ที่เป็นรายการ Super300 และคู่ “โอ๊ต-ทีม” เฉลิมพล เจริญกิจอมร / วรพล ทองสง่า คว้าแชมป์ Indonesia Masters Super 100 ที่เป็นรายการ Super100
ในส่วนของ BWF World Ranking นั้น ชายคู่ไทยที่อันดับดีที่สุดคือ “เอ็ม-สกาย”สุภัค จอมเกาะ / กิตินุพงษ์ เกตุเรน ที่อยู่อันดับ 16 โลก แต่วันนี้ก็แยกคู่เป็น”บาส-สกาย”เดชาพล พัววรานุเคราะห์ / กิตินุพงษ์ เกตุเรน อดีตชายคู่แชมป์เยาวชนโลกเมื่อ 10 ปีก่อน ที่กลับมาจับคู่กันอีกครั้งและทำผลงานดี ขยับขึ้นมาเป็นชายคู่มือ 101 โลก ที่หมายถึงยังต้องลงเล่นและทำผลงานดีอีกหลายรายการ หากต้องการคะแนนเพื่อขยับอันดับไปแข่งรายการระดับสูง
ส่วนอันดับโลกคู่อื่นๆก็มี"พี-โอโม่" พีรัชชัย สุขพันธ์ / พรรคพล ธีระรัตน์สกุล อยู่อันดับ 30 ของโลก “โอ๊ต-ทีม” เฉลิมพล เจริญกิจอมร / วรพล ทองสง่า อยู่อันดับ 68 โลก ส่วน"ภีม-ทีม" ภรัณยู ขาวสำอาง / วรพล ทองสง่า ที่อยู่อันดับ 72 ก็แยกคู่ ขณะที่คู่พี่น้อง "เบส-โบ๊ท" พงศกร ทองคำ / วงศกร ทองคำ ก็อยู่อันดับ 88
นั่นแปลว่า ทุกคู่กำลังอยู่ในช่วงการปรับตัวเพื่อหาจุดลงตัวที่ดีที่สุดสำหรับโปรแกรมการแข่งขันในปี 2025
ไม่รวมบางคู่ที่หายหน้าไปในช่วงหลัง อย่าง “ไอซ์-เปรม” สิรวิชญ์ โสทน / ณัฐภัทร ตฤณขจี ชายคู่มือ 144 โลก และคู่ "ปุ้น-อเล็กซ์" ธนดล พันธ์พานิช / วชิรวิทย์ โสทน ที่เป็นชายคู่มือ 150 โลก ก็ยังหมายถึงเรายังมีชายคู่ที่รอโอกาสที่จะลงสนามอีกหลายคู่
ทั้งหมดจึงอยู่ที่การจัดการ ว่านักแบดมินตันชายคู่ไทยจะมีโอกาสลงสนามมากน้อยแค่ไหน ที่หมายถึงนักกีฬาอันดับต่ำๆก็จะต้องเริ่มลงเล่นในรายการเล็กๆเพื่อทำผลงานให้มีคะแนนมากพอที่จะได้ไปแข่งขันในระดับสูง
แฟนแบดมินตันคงได้แต่หวังว่าปี 2025 จะเป็นปีที่นักแบดมินตันประเภทชายคู่ของไทยจับคู่ได้ลงตัวและทำผลงานดี
Cr.รูปภาพบางส่วนจากBadmintonphoto